ค้นหา

ความบริสุทธิ์

เพชร Forevermark มีให้เลือกตั้งแต่ไม่มีตำหนิจนถึง SI2 (มีตำหนิเล็กน้อย) โดยที่ตำหนิที่มีจะต้องไม่ส่งผลรบกวนความงามของเพชร จากการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญของเราที่สถาบันเพชร Forevermark

ความบริสุทธิ์

"ความบริสุทธิ์" คือการวัดความใสบริสุทธิ์ของเพชรว่าปราศจากริ้วรอยตำหนิมากน้อยเพียงใด ริ้วรอยเหล่านี้ ที่เรียกว่า "มลทิน" ซึ่งปรากฏขึ้นในระหว่างที่เพชรก่อตัวขึ้นในชั้นหินเปลือกโลกในขณะที่เพชรนั้นก่อตัวเป็นคริสตัลขึ้นมาจากความร้อนและแรงดันสูง และมักมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ตำหนิเหล่านี้เปรียบเสมือนลายนิ้วมือเฉพาะตัวของเพชรแต่ละเม็ด ระดับความบริสุทธิ์ที่กำหนดให้เพชรแต่ละเม็ดนั้นมาจากระดับความชัดเจนของคุณสมบัติตามธรรมชาติที่มองเห็นผ่านแว่นขยายสิบเท่า รวมถึงจำนวน ประเภท สี ขนาด และตำแหน่งของตำหนิบนเพชร ริ้วรอยพื้นผิวคือคุณลักษณะด้านนอก เช่น รอยแมวข่วนและบิ่น "มลทิน" คือคุณลักษณะภายในเพชรที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เช่น รอยปริแตกเล็กๆ รอยขนนก รวมถึงคริสตัลที่อาจเป็นเพชรหรือแร่ธาตุอื่นๆ เพชรที่หายากที่สุดที่เรียกว่าไร้ตำหนินั้น คือเพชรที่ไม่มีตำหนิภายในและภายนอกใดๆ และไม่มีริ้วรอยที่มองเห็นได้เมื่อมองผ่านแว่นขยายสิบเท่า 

ด้วยความหายากนี้เองจึงทำให้เพชรเหล่านี้มีมูลค่ามากกว่าเพชรที่มีริ้วรอยหรือ ตำหนิเล็กๆ ถึงแม้ตำหนิเหล่านี้จะไม่มีผลต่อการสะท้อนแสง หรือความงามของเพชรก็ตาม เกรดที่ต่ำลงมา ได้แก่ มีริ้วรอยเล็กน้อยระดับ 2 หรือ SI2 ยังคงไม่สามารถมองเห็นริ้วรอยหรือตำหนิได้ด้วยตาเปล่า  ความแตกต่างระหว่างเกรดต่างๆ นั้นเล็กน้อยมาก จนผู้ค้าเครื่องประดับอัญมณีเองยังอาจไม่สามารถแยกแยะความบริสุทธิ์ของเพชรอันดับสูงสุดทั้งห้าได้เมื่ออยู่บนตัวเรือนเครื่องประดับแล้ว  เพชร SI2 ที่มีระดับการเจียระไนเทียบเท่ากันจะมีความสุกใสเทียบเท่ากับเพชร Flawless หรือไร้ตำหนิ แต่จะมีราคาต่างกันมาก  หากให้ความสำคัญกับความงามเหนือราคา VS2 และ SI2 ถือเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่ง เพชรที่มีน้ำหนัก สี และการเจียระไนจะมีราคาแตกต่างกันอย่างมาก ตามแต่ความบริสุทธิ์ของแต่ละเม็ด ระบบการจัดเกรดที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล แบ่งความบริสุทธิ์ออกเป็น 5 กลุ่มหลักด้วยกัน ได้แก่

ไร้ตำหนิ – ไร้ตำหนิภายใน

เพชรที่หายากที่สุด ที่เรียกว่าไร้ตำหนิ (Flawless หรือ FL) คือเพชรที่ไม่มีตำหนิภายในและภายนอกใดๆ และไม่มีริ้วรอยที่มองเห็นได้เมื่อมองผ่านแว่นขยายสิบเท่า เพชรที่ไร้ตำหนิภายใน (Internally Flawless หรือ IF) ก็ไม่มีริ้วรอยภายในเช่นกัน แต่อาจมีรอยขีดข่วนจางๆ ที่หลงเหลือมาจากการขัด

มีตำหนิเพียงเล็กน้อยมาก (Very Very Slightly หรือ VVS)

มีตำหนิเพียงเล็กน้อยมาก (Very Very Slightly หรือ VVS) คือเพชรที่มีตำหนิเล็กจนกระทั่งแม้แต่ผู้จัดเกรดเพชรที่เชี่ยวชาญก็ยังมองเห็นตำหนิเหล่านี้ผ่านแว่นขยายสิบเท่าได้ยากมาก เพชร VVS1 อาจมีจุดตำหนิเล็กๆ เพียงนิดเดียว ในขณะที่ VVS2 อาจมีจุดตำหนิเล็กๆ รอยขนนกหนึ่งหรือสองแห่งอยู่ภายใน 

มีตำหนิน้อยมาก (Very Slightly หรือ VS)

Very Slightly (VS) แบ่งออกเป็น VS1 และ VS2 ซึ่งได้แก่เพชรที่มีตำหนิภายในซึ่งพิจารณาแล้วว่ายากแก่การที่ผู้จัดเกรดเพชรจะตรวจพบผ่านแว่นขยายสิบเท่า เพชร VS1 อาจมีผลึกเล็กๆ รอยขนนก รอยมัว หรือจุดตำหนิหนึ่งหรือสองจุด ในขณะที่เพชร VS2 อาจจะมีรอยมัวๆ รอยเส้นขีด หรือตำหนิเป็นผลึกเล็ก  ในกรณีที่พบได้ยาก เพชรขนาดใหญ่หรือในรูปทรงแฟนซีที่โปร่งใสอย่างเด่นชัด เช่น เจียระไนแบบสี่เหลี่ยมมรกต อาจแทบมองไม่เห็นตำหนิ VS ได้ด้วยตาเปล่า 

มีตำหนิขนาดเล็ก (Slightly Included หรือ SI)

แบ่งเป็น SI1 และ SI2 เพชรที่มีตำหนิขนาดเล็ก (Slightly Included หรือ SI) คือเพชรที่มีริ้วรอยที่มองเห็นได้ชัดเจนเมื่อมองผ่านแว่นขยายสิบเท่า เพชร SI ทั่วไปอาจมีรอยมัว ขนนก หรือมีตำหนิผลึกจากแร่ธาตุอื่นอยู่ ทั้งความใสของเพชรหรือรูปลักษณ์เมื่อมองจากด้านบนจะไม่ได้รับผลกระทบจากริ้วรอยเหล่านี้ ในกรณีที่พบได้ยาก เพชรขนาดใหญ่หรือการเจียระไนในรูปทรงแฟนซีที่โปร่งใส ตำหนิความบริสุทธิ์ระดับ SI อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า 

มีตำหนิ (I-1, I-2, I-3)

แบ่งเป็น I-1, I-2 และ i-3 เพชรมีตำหนิคือเพชรซึ่งมีริ้วรอยที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และอาจส่งผลกระทบต่อความคงทนของเพชร เพชรที่มีตำหนิอาจมีริ้วรอยชัดเจน เช่น ผลึกที่สีตัดกันขนาดใหญ่ รอยฝ้ามัวหนา หรือรอยปริแตก เพชรประเภทนี้จะไม่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น Forevermark 

สี

Forevermark สลักเพชรจากสี D ถึง L รวมทั้งสีแฟนซีด้วย ในตารางลำดับนี้ เพชร "ไร้สี" D, E และ F จะดูแทบไม่แตกต่างกัน จนต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญพร้อมตัวอย่างเพชรในเกรดดังกล่าวเพื่อแยกแต่ละสีออกจากกัน